Welcome!

การหันมาใส่ใจในธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

June 25th, 2014

เนื่องจากกระแสความใส่ใจในสุขภาพกำลังเป็นทิศทางใหม่ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันและในอนาคต เมื่อพิจารณาจากความเติบโตของตลาดสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับปัญหาด้านโภชนาการของผู้บริโภคในเอเชีย เช่น โรคอ้วนที่เกิดในกลุ่มเด็กและเยาวชนอันเกิดจากการบริโภคอาหารฟาสต์ฟูดส์ อุปนิสัยในการทานอาหารที่ไม่ใช้สติ รวมทั้งการถูกคุกคามจากโรคภัยใหม่ๆ เช่น โรคซารส์ ไข้หวัดนก จึงเกิดเป็นการปฎิวัติรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนสมัยใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับอาหารการกิน จึงเกิดเป็นโอกาสของธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย ที่ผู้ประกอบการชาวไทยไม่น่าจะมองข้ามไป คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักว่าถ้าสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยขึ้นมาแล้วไม่คุ้มต่อการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นเสียเงิน เสียเวลา หรือบางครั้งอาจเสียชีวิตได้ ทำให้เขาเหล่านั้นสนใจที่จะดูแลตัวเองมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อาหารที่ทานทุกวันนี้ถ้าทานแบบไม่เข้าใจหรือไม่มีทางเลือก คนส่วนใหญ่ก็มีสุขภาพที่แย่ลงไปเรื่อยๆ

สุขภาพอาหารเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์

ซึ่งในปัจจุบันชีวิตความเป็นอยู่ที่เร่งรีบมากขึ้น ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน ความพอดีหรือความสมดุลของร่างกายที่จะได้จากอาหารที่รับประทานเข้าไป รวมทั้งค่านิยมในการรับประทานอาหารแบบตะวันตก ที่มีทั้งความสะดวกและรวดเร็ว ทำให้เราลืมนึกถึงคุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายควรจะได้รับไป ร่างกายของเราต้องการสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารต่างๆเพื่อให้มีสุขภาพดี แต่เราจะต้องรู้ว่าควรจะกินอาหารอย่างไร กินอะไรบ้าง และมีปริมาณมากน้อยเพียงใด จึงจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

อาหารเป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทย

และอาหารไทยเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงในระดับโลกว่ามีรสชาติดีและมีคุณภาพสูง ประกอบกับในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปที่ผู้บริโภคหันมาบริโภคสินค้าประเภทกึ่งสำเร็จรูปหรือประกอบอาหารเองมากกว่าการเข้าร้านอาหารนั้น ผู้ผลิตและผู้ส่งออกควรติดตามแนวโน้มของตลาดในต่างประเทศเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับแนวโน้มของตลาด เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดและสามารถแข่งขันได้ในอนาคต แม้ว่าในปัจจุบันหลายคนจะหันมาใส่ใจในเรื่องของโภชนาการกันมากขึ้น แต่การนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพในร้านอาหารก็ยังถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าใจว่าอาหารเพื่อสุขภาพนั้นเป็นอาหารที่ราคาแพงและไม่อร่อย ดังนั้นในการจัดทำเมนูเพื่อสุขภาพ เรื่องของรสชาติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการกับคุณบ่อยๆ

การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการที่ดี

ร่างกายของเราก็จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้วยังห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย เพราะการกินให้ครบ 5 หมู่และกินให้หลากหลาย สารอาหารที่ร่างกายต้องการได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ น้ำ และใยอาหาร แต่คงไม่มีอาหารชนิดใดที่ให้สารอาหารอย่างครบถ้วนในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินให้หลากหลายจึงจะได้สารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

การขยายตลาดนักท่องเที่ยวเชิงบริการสุขภาพในประเทศอาเซียน

May 29th, 2014

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยที่ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง จากความได้เปรียบหลายประการในด้านการท่องเที่ยวและด้านสุขภาพ โดยได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐและธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีแนวโน้มจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 140,000 ล้านบาทในปี 2558 โดยร้อยละ 50 สะพัดสู่ธุรกิจโรงพยาบาล ร้อยละ 36 สะพัดสู่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และร้อยละ 14 สะพัดสู่ธุรกิจนวดแผนไทยและสปา

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบหลังจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ควรเร่งพัฒนาคุณภาพในด้านการบริการและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสามารถสร้างรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางดังนี้

สำหรับธุรกิจบริการแพทย์ทางเลือกที่มุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมสุขภาพ (ธุรกิจนวดแผนไทย และสปา) ควรให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับเว็บไซต์ด้านท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น Agoda หรือ Ensogo เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ด้วยต้นทุนที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม การมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง น่าจะก่อให้เกิดผลทางบวกแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาทักษะ และการสร้างความจงรักภักดีแก่บุคลากรในองค์กร เพื่อลดความเสี่ยงด้านการโยกย้ายของแรงงานฝีมือไปทำงานที่อื่น (ทั้ง เปลี่ยนที่ทำงานภายในประเทศ หรือย้ายไปทำงานต่างประเทศ) เนื่องจากผู้ให้บริการลูกค้าจะเป็นผู้ปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอีก รวมถึงการบอกเล่าประสบการณ์แก่บุคคลรอบข้างให้มาใช้บริการ

สำหรับธุรกิจบริการทางการแพทย์ ที่มุ่งเน้นครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การบำบัดรักษา และฟื้นฟูสุภาพ รวมทั้งบริการด้านเสริมความงาม (ธุรกิจโรงพยาบาล และสถานบริการด้านการแพทย์) ควรสร้างเครือข่ายกับธุรกิจเดียวกัน (สถานบริการทางการแพทย์ทั้งในประเทศ และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน) และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ (อาทิ บริษัทผลิตยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ บริษัทนำ เที่ยวทั้งในและนอกประเทศ ธุรกิจบริการด้านที่พักสำหรับผู้ป่วยและญาติ บริษัทรถเช่า บริษัทที่ให้บริการด้านอาหาร) การสร้างเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยให้สามาถนำเสนอแพ็กเกจที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

การเปิดเสรีภาคบริการในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งการลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ เป็นโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการโรงพยาบาล หรือสถาน บริการด้านการแพทย์ ที่มีความพร้อมด้านเงินทุน และบุคลากร เข้าไปลงทุน ร่วมทุน ซื้อกิจการ หรือรับบริหาร โรงพยาบาลและสถานบริการด้านการแพทย์ในประเทศกลุ่ม CLMV โดยมุ่งเน้น ตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง

ธุรกิจการบริการสุขภาพ

April 30th, 2014


กระแสทางด้านสุขภาพและความงาม

ยังเป็นธุรกิจที่มาแรงไม่เลิก ผู้ประกอบการหลายรายหันมาสนใจธุรกิจทางด้านนี้มากขึ้น เพื่อหวังเกาะกระแสความสวยความงามที่มาแรงอย่างไม่หยุดยั้ง ทางด้านผู้บริโภคเอง ก็หันมาใส่ใจทางด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น ธุรกิจทางด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม บรรดาผู้ประกอบการเองก็เล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภค จึงได้มีการทำธุรกิจทางด้านนี้มากขึ้น

เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าธุรกิจทางด้านสุขภาพนั้นได้รับความนิยมในยุคสมัยใหม่ ธุรกิจการแพทย์และความงาม ยังคงครองตำแหน่งธุรกิจดาวเด่นในปี 2557 ที่ครองแชมป์ดาวเด่นมาตลอด 4 ปี สาเหตุมาจากกระแสความนิยมที่มีมากขึ้น ด้วยธุรกิจการแพทย์ที่ทันสมัยทำให้คนนิยมใช้บริการมากขึ้นสำหรับประเทศไทยเอง ความต้องการของชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน โดยเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ใช้บริการมากที่สุดแถวเอเชีย จากสถิติพบว่าชาวต่างชาติเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่มาจาก ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งเป็นฐานหลักที่เรามีอยู่แล้ว และหากเราพิจารณาแล้ว จะพบว่า กลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นผู้บริโภคที่น่าสนใจและควรให้ความสำคัญ เนื่องจากจะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับคู่แข่งที่มากมาย พบว่าประเทศสิงคโปร์เป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย และมีความได้เปรียบประเทศไทยในหลายๆด้าน โดยประเทศคู่แข่งนั้นเน้นทางด้านคุณภาพและมาตรฐานที่ดีกว่า ตลอดจนมีนโยบายเชิงรุกที่ชัดเจน แต่ประเทศยังคงเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับในแถบเอเชีย เนื่องจากประเทศไทยบริการด้วยความมีไมตรีจิตร เป็นกันเอง อ่อนโยน สุภาพ ซึ่งนั่นทำให้ผู้มาใช้บริการเกิดความประทับใจ

อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ของไทยยังมีลักษณะค่อนข้างทั่วไป ไม่ค่อยมีการรักษาเฉพาะทาง ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่แบ่งการตรวจโรคออกไปโดยการเน้นการรักษาแบบเฉพาะทาง เช่น การผ่าตัดสมอง การผ่าตัดหัวใจ และรักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นประเทศไทย จึงควรให้ความสำคัญและเน้นการรักษาโรคเฉพาะทาง โดยมุ่งส่งเสริมให้มีการศึกษาเฉพาะทางโดยเฉพาะ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางเอเชีย โดยควรให้บทบาทภาคเอกชนเข้ามาผลักดันพัฒนาธุรกิจทางด้านนี้ พร้อมกับความเชี่ยวชาญระดับสากล

การขยายธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงามเพื่อก้าวเข้าสู่ AEC

March 27th, 2014

อีกไม่กี่ปีข้างหน้าแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประโยชน์ของการรวมตัวกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศสมาชิกเพื่อเจรจาต่อรองกับกลุ่มประเทศที่ใหญ่กว่า เพราะการรวมตัวกันจะทำให้ประชาคมอาเซียนมีความเป็นปึกแผ่น เมื่อออกไปแข่งขันกับนานาประเทศทำให้มีอำนาจในการต่อรองสูงขึ้น นอกจากนี้แล้วยังเป็นการทำให้กลุ่มประเทศในสหรัฐอเมริกา ยุโรป แอฟริกาฯลฯ สนใจเข้ามาลงทุนทำธุรกิจต่างๆในภูมิภาคนี้เพี่มขึ้น เป็นการเพิ่มศักยภาพของประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเนื่องจากในอนาคตนั้นจะมีนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางเข้าสู่อาเซียนมากขึ้น

ธุรกิจความงามและสุขภาพที่ต้องการจะขยายตลาดไปสู่อาเซียน

จะต้องค้นหาจุดเด่นของตนเองว่ามีอะไรพิเศษที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากกว่าคู่แข่ง ต้องรู้ว่าตนเองเก่ง ถนัด และเชี่ยวชาญทางด้านใด แล้วนำสิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ธุรกิจที่จะก้าวสู่ AEC ได้อย่างยั่งยืนต้องรู้ว่าตนเองมีจุดอ่อนด้านใด แล้วพยายามแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มิเช่นนั้นจุดด้อยจะสร้างปัญหาในอนาคตได้ สำหรับการเตรียมพร้อมสู่ตลาดอาเซียนก็คือเรื่องคน ต้องมีการฝึกอบรมพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะฝีมืออย่างเดียวต้องมีความพร้อมให้บริการลูกค้าในระดับนานาชาติได้ มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการธุรกิจ

ในอนาคตธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาลและสุขภาพต้องขยายการให้บริการเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคนี้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในธุรกิจดังกล่าวต้องให้ความสำคัญกับนโยบายการหล่อหลอมบุคลากรในองค์กรให้มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพ การทำงานบริการจะต้องสื่อสารทั้งกายและใจ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการขยายไปยังประเทศในแถบอาเซียน จะต้องรักษามาตรฐานและคุณภาพเป็นที่ยอมรับไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือเล็กจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริการและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงาม

1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทเวชภัณฑ์ความงาม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ป้องกันสิว ฝ้า กระ ลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์สู่ผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ หยุดปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อหุ่นเพรียวสวย ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด เป็นต้น

2.กลุ่มผลิตภัณฑ์สปา เป็นหมวดหมู่สินค้าประเภทพักผ่อนหรือผ่อนคลายผิว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์สำหรับนวด ผลิตภัณฑ์สำหรับพอก ผลิตภัณฑ์สำหรับขัด เป็นต้น

3.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นทางหนึ่งสำหรับคนรักสุขภาพนอกเหนือจากการรับประทานยาประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก เป็นต้น

ธุรกิจความงามจึงเปรียบเสมือนแหล่งขุมทรัพย์

ที่รอให้โอกาสเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้อีกมากจากการพูดคุยกับชาวต่างชาติที่มาเมืองไทย ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้หญิงไทยมีความสวยเป็นทุน และมีการดูแลผิวพรรณ สุขภาพและความงามอย่างสม่ำเสมอ ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ประกอบกับวัฒนธรรมไทยที่ส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยรักสวยรักงาม และการตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามของอาเซียน ทำให้มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามที่คนไทยทั้งประเทศยอมรับก่อนจะแพร่ขยายความนิยมออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคอาเซียนและก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์

การวางแผนล่วงหน้าถือเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่ามากในการทำธุรกิจ

February 4th, 2014

การทำธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้เรียบง่ายเหมือนอย่างเช่นในอดีตที่แค่นำสินค้าออกมาวางขายก็จบ เพราะมีปัจจัยหลายๆอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบด้วย โดยเฉพาะเรื่องเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งธุรกิจที่เกิดใหม่จะเดินไปข้างหน้าไม่ได้เลยหากขาดเครือข่ายลูกค้าและคู่ธุรกิจที่จะมารองรับการดำเนินงานในอนาคต ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีแผนเดินสายพบปะเครือข่ายเหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้นเพื่อเชื่อมสัมพันธภาพระหว่างกัน การพบปะพูดคุยกันแต่ละครั้งนั้นควรแสดงออกถึงความจริงใจและพูดคุยในเรื่องที่มีจุดยืนร่วมกัน เพื่อตรวจสอบดูว่าใครคือผู้ที่สามารถสนับสนุนและให้การช่วยเหลือได้จริงๆ

วิสัยทัศน์คือสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนจำเป็นต้องมี

ผู้ประกอบการต้องรู้ตัวเองว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าธุรกิจจะมีแผนเดินไปในทิศทางใด ซึ่งอนาคตของธุรกิจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างสรรค์และกำหนดขึ้นมาเองได้ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาแต่อย่างใด ดังนั้นการมีเป้าหมายและวางแผนธุรกิจเพื่อการเติบโตจึงเป็นหนึ่งโครงสร้างสำคัญของการวางแผนทางธุรกิจ การวางแผนถือเป็นสิ่งทรงคุณค่ามากในการทำธุรกิจ คืออิสระทางความคิดที่ผู้ประกอบการมีติดตัว ดังนั้นเมื่อมีโอกาสจงวาดฝันและวางแผนธุรกิจให้ดีที่สุด อย่าไปกังวลว่าจินตนาการของเราจะเกินตัวหรือไกลเกินเอื้อม เพราะธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันก็ต่างล้วนมาจากแผนธุรกิจซึ่งสร้างมาจากความฝันและจินตนาการด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นการเดินตามความฝันด้วยแผนธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนสมควรต้องทำในยามที่แข่งขันกันสูงอย่างเช่นในปัจจุบันนี้

เพื่อเป็นการพัฒนาธุรกิจไทยให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC จะเป็นการบูรณาการเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจไทยโดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่มีกว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ โดยให้เร่งดำเนินการขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพิ่มอีก ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการในตลาด AEC สามารถพัฒนาการสร้างและบริหารตราสินค้า การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด โดยการใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก

เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ธุรกิจไทยรองรับ AEC ซึ่งการผลักดันให้เกิดความร่วมมือดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการให้กับผู้ประกอบการ โดยส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการ ตลอดจนสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถปรับตัวพร้อมแข่งขันในตลาด AEC